วช. สนับสนุนการเปิดตัว “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ” เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี จัดการประชุมเปิดตัว “HUB OF TALENT: DATA CENTER, AI, AND SMART ENERGY MANAGEMENT TECHNOLOGIES” หรือศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ รวมทั้งแต่งตั้งที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการของศูนย์ฯ โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการดำเนินงานสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ และศูนย์กลางความรู้ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ และรองศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ สิริพงศ์ดี คณบดีวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge) เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิจัยในประเด็นสำคัญของประเทศ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทรัพยากร และประสบการณ์ร่วมกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนางานวิจัย กิจกรรมทางวิชาการ และบริการวิชาการที่มีคุณภาพและเกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะจึงเป็นอีกศูนย์ที่สำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center ระบบพลังงานอัจฉริยะ และระบบนิเวศดิจิทัลที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
รองศาสตราจารย์ ดร. คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวถึงความสำคัญของศูนย์ฯ ในการพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง หรือ Hybrid Talent ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้หลายมิติ ได้แก่ Data Center, AI, Cloud, Power, Cooling, Facility Management และ Energy Efficiency เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ รวมทั้งทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ มาตรฐาน แนวปฏิบัติที่ดี และแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ รวมถึงเป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันบูรณาการองค์ความรู้ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ เพื่อวางรากฐานอนาคตของประเทศในมิติเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และการบริหารจัดการพลังงานอย่างอัจฉริยะ
ทั้งนี้ การดำเนินงานของ HUB OF TALENT: DATA CENTER, AI, AND SMART ENERGY MANAGEMENT TECHNOLOGIES จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพบุคลากรไทย สร้างองค์ความรู้ใหม่ สนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Data Center, AI, และ Digital Infrastructure ของภูมิภาคอาเซียนได้อย่างเป็นรูปธรรม










