วันที่ 10 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติเครือข่ายวิจัยชีวสารสนเทศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 หรือ “The 3rd Thailand Bioinformatics Research Network International Conference 2026 (TBRN 2026)” ภายใต้แนวคิด “Decode the Nature, Design the Future” ระหว่างวันที่ 10 – 12 มิถุนายน 2569 ซึ่งจัดโดยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านชีวสารสนเทศแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันฟีโนมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต้อนรับ และ ศ.ดร.นพ.ดำเนินสันต์ พฤกษากร ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญของเครือข่ายนักวิจัยด้านชีวสารสนเทศแห่งประเทศไทย เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นักวิจัย คณาจารย์ และนักศึกษาจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 170 คน เข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ คอนเวนชัน จังหวัดขอนแก่น
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานด้านชีวสารสนเทศศาสตร์(Bioinformatics) และวิทยาการข้อมูลทางชีวภาพ จึงได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านชีวสารสนเทศแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์และยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยของประเทศด้านชีวสารสนเทศ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสหสาขาวิชาชีพ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมของไทย เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในด้านชีวสารสนเทศอย่างเต็มภาคภูมิ”
ศ.ดร.นพ. ดำเนินสันต์ พฤกษากร กล่าวว่า ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญฯ ร่วมกับ สถาบันฟีโนมแห่งชาติ จัดการประชุมในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านชีวสารสนเทศ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ พัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ และผลักดันการกำหนดกลยุทธ์ระดับชาติด้านโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ข้อมูลชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยมุ่งสร้างขีดความสามารถของประเทศและต่อยอดสู่ผลกระทบทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคมในอนาคต
รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล กล่าวว่า การประชุมเครือข่ายวิจัยชีวสารสนเทศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 (TBRN 2026) ภายใต้แนวคิด “Nature Design the Future” มข. พร้อมเน้นบทบาทของชีวสารสนเทศในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านชีววิทยา การแพทย์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย การสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตของชีวสารสนเทศไทยอย่างยั่งยืน
การจัดงานในครั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำความสำเร็จก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านชีวสารสนเทศแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก วช. โดยปัจจุบันศูนย์ฯ มีความเติบโตอย่างก้าวกระโดด สามารถขยายเครือข่ายสมาชิกผู้เชี่ยวชาญจาก 23 คน (13 องค์กร) เพิ่มขึ้นเป็น 78 คน จาก 19 องค์กรทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีการรวมกลุ่มวิจัยเฉพาะด้าน อาทิ ด้านการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) และเกษตรอัจฉริยะ (Agriculture & Food) รวมถึงการจัดทำสมุดปกขาว (White Paper) เพื่อกำหนดกรอบสมรรถนะหลักสูตรชีวสารสนเทศให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน โดยศูนย์ฯ ได้ตั้งเป้าหมายเชิงรุกที่จะสามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ วช. มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน โดย วช. จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนเครือข่ายชีวสารสนเทศของไทยให้มีความเข้มแข็ง เพื่อนำองค์ความรู้ไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาประเทศ ทั้งในด้านสาธารณสุข การเกษตร และอุตสาหกรรมชีวภาพ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ















