วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินวัฏจักรชีวิต เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน จัดงานเปิดตัวศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินวัฏจักรชีวิต เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน (LCA Talents Hub) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดตัว “LCA Talents Hub” พร้อมด้วย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา นายกสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้บริหารจัดการศูนย์ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินวัฏจักรชีวิต เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย เครือข่ายจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพมหานคร
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. มีความยินดีที่ได้เปิดตัว “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินวัฏจักรชีวิตเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน หรือ LCA Talents Hub” เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญและภาคีเครือข่ายด้านการประเมินวัฏจักรชีวิตของประเทศ โดย วช. และ สกสว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกสนับสนุนศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญและศูนย์กลางความรู้ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ปัจจุบัน วช. ได้สนับสนุนศูนย์ดังกล่าวแล้วกว่า 70 ศูนย์ ซึ่ง LCA Talents Hub ภายใต้การบริหารจัดการของ ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์สำคัญในการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้าน LCA เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ท่ามกลางความท้าทายจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก เช่น CBAM และ ESG ทั้งนี้
การประเมินวัฏจักรชีวิตถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยการจัดตั้งศูนย์ฯ ครั้งนี้จะช่วยสร้าง “ระบบนิเวศแห่งความเป็นเลิศ” ด้าน LCA ของประเทศไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกสินค้าคาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียนต่อไป
ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้บริหารจัดการศูนย์ กล่าวว่า การพัฒนา LCA Talents Hub มุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านองค์ความรู้และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นระบบ ผ่านกรอบการดำเนินงาน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางของประเทศ (Core Platform) การเสริมสร้างฐานข้อมูลและองค์ความรู้ (Data & Knowledge) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่าย (Capability & Network) และการผลักดันการนำไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมและเชิงนโยบาย (Application Pathway) เพื่อยกระดับการประเมินวัฏจักรชีวิตของประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากล
ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง LCA Talents Hub (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) และสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) รวมถึงการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Life Cycle Assessment for Sustainability: Research Excellence and Global Impact” การเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของนักวิจัยและเครือข่ายวิชาการในการขับเคลื่อน LCA สู่ความยั่งยืนของประเทศ และการนำเสนอความก้าวหน้าด้านฐานข้อมูล LCI ของประเทศไทย
ในช่วงบ่าย เป็นกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ตามกรอบ 4-Layer Landscape ได้แก่ Core Platform, Data & Knowledge, Capability & Network และ Application Pathway เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนา LCA ของประเทศในมิติต่าง ๆ การนำเสนอผลจากแต่ละกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสรุปทิศทางการดำเนินงานของ LCA Talents Hub
การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายนานาชาติเพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการประเมินวัฏจักรชีวิตของประเทศไทยให้เข้มแข็ง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลกอย่างยั่งยืน










