ความท้าทายของการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วยนวัตกรรมจากงานวิจัย

SHARE

ความท้าทายของการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วยนวัตกรรมจากงานวิจัย

วช. ร่วมกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จัดเสวนาหัวข้อ “ความท้าทายของการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วยนวัตกรรมจากงานวิจัย” ในงานครบรอบ 65 ปี วช.

วันที่ 24 ตุลาคม 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด และศูนย์การเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จัดเสวนาหัวข้อ “ความท้าทายของการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วยนวัตกรรมจากงานวิจัย” โดยจัดขึ้นในงานเนื่องในโอกาส วช. ครบรอบ 65 ปี ภายใต้แนวคิด “65 ปี วช. บูรณาการความรู้ เชิดชูนักวิจัย สร้างอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ณ ห้องประชุม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช. 1

ศาสตราจารย์ พลตำรวจตรีหญิง ดร.พัชรา สินลอยมา หัวหน้าศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กล่าวถึง กลยุทธ์การแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนแบบเร่งด่วน (Quick win) ซึ่งเป็นประเด็น Big Rock ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมและกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนในทุกมิติฃ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร.ธิติ มหาเจริญ รองคณบดีคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวเสริมว่า นวัตกรรมส่งเสริมการสร้างอาชีพที่เป็นผลผลิตจากงานวิจัย สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาการกระทำผิดซ้ำในคดียาเสพติดของเด็กและเยาวชน โดยมีการจัดทำแอปพลิเคชันสื่อกลางการสร้างโอกาสทางอาชีพ หรือ 3B-Job ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางอาชีพที่เปิดกว้างสำหรับเด็กและเยาวชนที่เคยกระทำความผิดอย่างเท่าเทียม รวมไปถึงการสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการตรวจสารเสพติดในเส้นผมในรูปแบบ e-Learning และ Video Content ความสำเร็จของการนำนวัตกรรมทางนิติวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง

พันตำรวจโทหญิง อัมพิกา ลีลาพจนาพร ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด กล่าวถึง นวัตกรรมการตรวจสารเสพติดในเส้นผม เป็นความท้าทายที่ก่อให้เกิดผลกระทบ (Impact) ต่อการพลิกโฉม (Disruption) กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน โดยมี “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่” ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 และเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 164 ง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 โดยสาระสำคัญในหมวด 3 กำหนดให้มีการตรวจหรือทดสอบหาสารเสพติดในเส้นผมเพื่อตรวจสอบประวัติเกี่ยวกับการเสพสารเสพติดย้อนหลังของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ซึ่งมีพฤติการณ์หรือเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเสพสารเสพติด

พันตำรวจโท อนันต์ ประสงค์ใจสารวัตร (ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ทำหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ได้กล่าวถึง สถานีตำรวจในฐานะหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ และที่สำคัญได้ดึงภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดของเด็กและเยาวชนอีกด้วย

โดยมีดร.วิชิต แย้มยิ้ม นักวิจัยประจำศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด เป็นผู้ดำเนินรายการ

ทั้งนี้ การเสวนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดที่กำลังส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในสังคมไทย โดยมุ่งเน้นการนำผลวิจัยและนวัตกรรมมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

SHARE

ข่าวและประกาศอื่น ๆ

วช. ชูบทบาท “Hub of Talents” ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญเร่งสร้างองค์ความรู้ รับมือวิกฤต PM 2.5 ชี้ผลกระทบสุขภาพประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน

Hub of Knowledge ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และ Hub of Talents ด้านชุดตรวจวินิจฉัย โดยการสนับสนุนของ วช. จัดประชุมเครือข่ายวิชาการระดับชาติ มุ่งสังคมไทยปลอดยาเสพติดด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วช. สนับสนุน Hub of Talents ด้านเครื่องมือแพทย์ พัฒนาศักยภาพเครือข่ายนวัตกรรมการแพทย์ของไทย

วช. โดย ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา ร่วมผลักดันและขยายผลเพื่อสร้างโอกาสแก่ยางพาราไทย