วช. จับมือ EARTH ร่วมรำลึก 20 ปี สึนามิ สร้างมาตรการรับมือผ่านความร่วมมือทางวิชาการ สร้างความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง

SHARE

วช. จับมือ EARTH ร่วมรำลึก 20 ปี สึนามิ สร้างมาตรการรับมือผ่านความร่วมมือทางวิชาการ สร้างความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) จัดกิจกรรม “2 ทศวรรษ ภัยพิบัติสึนามิ” และประชุมสัมมนาวิชาการ “งานวิจัยแผ่นดินไหวของประเทศไทย ครั้งที่ 2” หรือ “The 2nd Thailand Symposium on Earthquake Research (TSER2024)” ในวาระสำคัญ 2 ทศวรรษภัยพิบัติสึนามิ ณ จังหวัดพังงา ระหว่างวันที่ 11 – 13 ธันวาคม 2567 โดยมีกิจกรรมเวิร์กช็อปเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ เยี่ยมชมสถานที่สำคัญ และสัมมนาวิชาการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้ายภัยพิบัติสึนามิ โดยได้รับเกียรติกล่าวเปิดการประชุมวิชาการฯ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และกล่าวสร้างความมั่นใจด้านการท่องเที่ยว โดย ดร.ภัทรวรรณ ณ นคร ที่ปรึษาสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว และคุณฮารุกะ โอซาวะ เลขานุการโท ตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมืองานวิจัยและนวัตกรรมระหว่างไทยและญี่ปุ่น

เริ่มกิจกรรมวันแรก (วันที่ 11 ธันวาคม 2567) ด้วยการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ผ่านกิจกรรมเวิร์คช็อป ควบคู่กับการบรรยายให้ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ให้แก่นักเรียนในพื้นที่เสี่ยงภัย เน้นการใช้เครื่องมือจริงและการเล่นเกมเพื่อเสริมสร้างความรู้และเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างถูกต้อง โดยทีม EARTH และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโทโฮกุ ประเทศญี่ปุ่น

วันที่สอง (วันที่ 12 ธันวาคม 2567) EARTH จัดเส้นทางย้อนรำลึกสถานที่สำคัญที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสึนามิเมื่อปี 2547 โดยเริ่มจากสวนอนุสรณ์สถานสึนามิบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า ซึ่งเป็นสถานที่ประสบพิบัติภัยสึนามิอย่างรุนแรง โดยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง และร่วมแลกเปลี่ยนกับคุณประยูร จงไกรจักร ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิและปัจจุบันท่านเป็นแกนนำทีมเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติร่วมกับชุมชนและภาครัฐอย่างต่อเนื่องตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา จนทำให้ชุมชนบ้านน้ำเค็มเป็นชุมชนต้นแบบในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัตที่โดดเด่นของจังหวัดพังงา จุดที่สองเดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมข้อมูลเหตการณ์สึนามิ และจัดแสดงเป็นนิทรรศการผ่านสื่อวิดีทัศน์เหตุการณ์การเกิดสึนามิ การรับฟังเรื่องเล่าจากผู้รอดชีวิต ความรู้เบื้องต้นของสึนามิ การเล่าเรื่องจากวัตถุ เช่น เครื่องใช้ของโรงแรม อุปกรณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว รถยนต์ รวมไปถึงการเรียนรู้และการป้องกันภัยในการเกิดเหตุและยังเป็นสถานที่หลบภัยสึนามิหากเกิดเหตุในอนาคตได้อีกด้วย ต่อมาในจุดที่สามเป็นการเยี่ยมชมศูนย์พักพิงชั่วคราว (ที่ว่าการตำบลบางม่วง) ต่อด้วย พิพิธภัณฑ์สึนามิ และอนุสรณ์สถานสึนามิ เรือตรวจการณ์ หมายเลข 813 (บุเรศผดุงกิจ) และจุดสุดท้ายเยี่ยมชมอาคารหลบภัยสึนามิ (บ้านบางเนียง และแหลมปะการัง)

และวันที่สาม (13 ธันวาคม 2567) เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์สึนามิด้วยผลงานวิจัยและนวัตกรรม วช. โดย EARTH และเครือข่ายความร่วมมืองานวิจัยภัยพิบัติสึนามิจากหลากหลายประเทศ ร่วมกันเผยแพร่ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวและสึนามิที่ดำเนินการวิจัยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การประชุมสัมมนาเผยแพร่ผลงานวิจัยในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญทั้งจากไทยและต่างประเทศ มาแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวิจัยและความร่วมมือในการบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทย ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสึนามิ พัฒนาระบบเตือนภัย และการฟื้นตัวหลังเกิดภัยอย่างต่อเนื่อง การประชุมสัมมนานี้ไม่เพียงแต่นำเสนอด้านการวิจัยเท่านั้น แต่ยังมีการเรียนรู้จากกันและกันและส่งเสริมความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมต่อไป ซึ่งประเทศไทยได้สร้างความพร้อมและเตรียมการรับมือผ่านผลงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นใจได้ว่าสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพจากความร่วมมือของทุกฝ่าย

ศ. ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) กล่าวว่าภัยพิบัติสึนามิที่เกิดขึ้นทำให้ได้เรียนรู้หลายสิ่ง ที่ผ่านมาได้ศึกษาวิจัยและปรับปรุงอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์วัดระดับน้ำทะเลและคลื่นสึนามิ โมเดลจำลองการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ รวมถึงนำมาตรการที่ได้ผลของต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ของไทย ทั้งนี้มีหลายสิ่งที่ยังคงต้องการเสริมสร้างความพร้อม เช่น ระบบเตือนภัย ซึ่งหลายพื้นที่อยู่ห่างไกลจากหอเตือนภัย และแนะนำให้ปรับไปใช้ระบบการส่งข้อความจากวิทยุโทรทัศน์มาเป็นการส่งเข้ามือถือเพื่อให้เข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้อย่างทั่วถึงเช่นเดียวกับในต่างประเทศ รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการซักซ้อมอพยพเสมือนจริง และมีการเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงที่เหมาะสม บางแห่งที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีที่หลบภัยแนวดิ่งเป็นอาคารสูงที่แข็งแรง ซึ่งจะต้องขอความร่วมมือจากภาคเอกชน เช่น โรงแรม เพื่อขอความร่วมมือในการใช้พื้นที่ และจัดทำป้ายนำทางแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เพียงพอ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัพิบัติสึนามิ ลดผลกระทบและความสูญเสียให้น้อยที่สุด

SHARE

ข่าวและประกาศอื่น ๆ

วช. ชูบทบาท “Hub of Talents” ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญเร่งสร้างองค์ความรู้ รับมือวิกฤต PM 2.5 ชี้ผลกระทบสุขภาพประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน

Hub of Knowledge ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และ Hub of Talents ด้านชุดตรวจวินิจฉัย โดยการสนับสนุนของ วช. จัดประชุมเครือข่ายวิชาการระดับชาติ มุ่งสังคมไทยปลอดยาเสพติดด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วช. สนับสนุน Hub of Talents ด้านเครื่องมือแพทย์ พัฒนาศักยภาพเครือข่ายนวัตกรรมการแพทย์ของไทย

วช. โดย ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา ร่วมผลักดันและขยายผลเพื่อสร้างโอกาสแก่ยางพาราไทย