วช. EARTH จับมือ จุฬาฯ และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ ตอบสนองภาวะวิกฤตจากภัยพิบัติ
วันที่ 17 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH-Earthquake Research Center of Thailand) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดสัมมนาวิชาการ “กรุงเทพฯ ปลอดภัย พร้อมรับภัยแผ่นดินไหว: บทเรียนจากงานวิจัยสู่การขับเคลื่อนนโยบายและการบริหารจัดการเมือง” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้จากผลงานวิจัยสู่การกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการเมือง ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบจากแผ่นดินไหว โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ที่ปรึกษาด้านระบบวิจัย เป็นประธานในพิธีเปิดการเสวนา พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณคาจิวาระ โทรุ (Mr. Kajiwara Toru) อัครราชทูตและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ เข้าร่วม ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ที่ปรึกษาด้านระบบวิจัย กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ด้านการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยมุ่งสร้างองค์ความรู้และข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงของประเทศ พร้อมผลักดันการเชื่อมโยงผลงานวิจัยสู่การกำหนดนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติของเมืองอย่างเป็นรูปธรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับมือภัยแผ่นดินไหวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้และงานวิจัยมาสนับสนุนการวางแผนและบริหารจัดการเมืองอย่างเป็นระบบ การเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาแนวทางรับมือภัยพิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่

คุณคาจิวาระ โทรุ (Mr. Kajiwara Toru) อัครราชทูตและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวว่า ญี่ปุ่นและประเทศไทยต่างให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวของเมือง ความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างสองประเทศ จึงมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาแนวทางรับมือภัยพิบัติที่เหมาะสม และสนับสนุนการสร้างสังคมที่มีความพร้อมต่อความเสี่ยงในอนาคต

ศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ กล่าวว่า งานวิจัยด้านแผ่นดินไหวมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่เมือง โดยข้อมูลและองค์ความรู้จากการวิจัยสามารถนำไปสนับสนุนการประเมินความเสี่ยง การวางแผนป้องกันและลดผลกระทบ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานและประชาชน ซึ่งศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติพร้อมทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อผลักดันองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงานยังมีการนำเสนอองค์ความรู้และผลงานวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวและวิศวกรรม โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายในหัวข้อ “Supershear Earthquake: Its Implication for Seismic Design and Warning in Thailand” ศาสตราจารย์ ดร.สุเชษฐ์ ลิขิตเลอสรวง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายในหัวข้อ “Effect of Spatial Variability in Bangkok Soft Soils on Long-Period Ground Motion” ศาสตราจารย์ ดร.นคร ภู่วโรดม จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรยายในหัวข้อ “From Basin Amplification to Building Response: Lessons Learned and Advances from the 2025 Earthquake” ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายในหัวข้อ “Seismic Strengthening of High-Rise Buildings” ศาสตราจารย์ ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บรรยายในหัวข้อ “Tall Building Response and Design Considerations” ศาสตราจารย์ ดร.อาณัติ เรืองรัศมี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายในหัวข้อ “Community-Based Earthquake Observation and Rapid Response Platform” และ รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐ์ ลีละวัฒน์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายในหัวข้อ “Earthquake Evacuation: Risk Perception & Behavior”









ทั้งนี้ การสัมมนาวิชาการครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ วช. ในการสนับสนุนและบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งส่งเสริมงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบสนองต่อประเด็นสำคัญของประเทศ และเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการเมือง และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ อันจะนำไปสู่การสร้างเมืองที่ปลอดภัยและมีความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างยั่งยืน