วช. ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ เปิดเวทีเสวนาโกลบโปรโตคอล สร้างเครือข่ายความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

SHARE

วช. ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญ เปิดเวทีเสวนาโกลบโปรโตคอล สร้างเครือข่ายความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนา หัวข้อ “เรื่อง การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้วยโกลบโปรโตคอล” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาววรรณฐินี แก้วไทรย้อย ผู้อำนวยการภารกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านการแพทย์และสาธารณสุข ให้เกียรติกล่าวต้อนรับพร้อมเปิดการเสวนา พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.เอกสิทธิ์ สมสุข ผู้บริหารจัดการศูนย์กลางด้านความรู้ด้านเทคโนโลยีการวิเคราะห์อาหาร สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรชีวภาพ กล่าวรายงานและแนะนำ “ศูนย์กลางด้านความรู้ด้านเทคโนโลยีการวิเคราะห์อาหาร สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรชีวภาพ” โดยจัดขึ้นภายในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้วยพลังสหวิทยาการ ณ ห้องประชุม MR207 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางสาววรรณฐินี แก้วไทรย้อย กล่าวถึง วช. และสกสว. จัดการเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมด้วยโกลบโปรโตคอล (GLOBE Protocol) เชื่อมโยงกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมในระดับชาติและนานาชาติ ผ่านการสร้าง ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางความรู้ (Hub of Knowledge) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัยในประเด็นสำคัญของประเทศ เสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานรัฐ เอกชน และสถาบันวิจัย พร้อมต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม พัฒนาทักษะบุคลากรด้านวิจัยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านโกลบโปรโตคอลและเทคโนโลยีไอโอที โดยนำร่องในโรงเรียนเครือข่ายมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ ผ่านการแก้ปัญหาจริงในท้องถิ่น เกิดการตระหนักรู้คุณค่าทรัพยากรและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า วช. หวังว่าการเสวนานี้จะสร้างความร่วมมือเข้มแข็งในระดับพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

รองศาสตราจารย์ ดร.เอกสิทธิ์ สมสุข กล่าวถึง การจัดตั้งศูนย์กลางด้านความรู้ด้านเทคโนโลยีการวิเคราะห์อาหาร สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรชีวภาพ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ควบคู่กับการสร้างกำลังคนคุณภาพสูง นำไปสู่การยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางเคมีซึ่งมีความเชี่ยวชาญในระดับสากลได้วางแนวทางสำคัญ เช่น การทำ Mapping วิธีวิเคราะห์ การรวบรวมองค์ความรู้และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ที่ต้องการในทุกระดับ การดำเนินงานนี้จะช่วยลดช่องว่างการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพิ่มโอกาสให้ชุมชนและประชาชนเข้าถึงความรู้ นำไปประยุกต์ใช้จริงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างเครือข่ายศูนย์กลางด้านความรู้ระดับนานาชาติในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เพื่อส่งเสริมการศึกษา เศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลก เสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และวางรากฐานให้ประเทศไทยมีความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

พร้อมกันนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ ในกิจกรรมตรวจวัดสิ่งแวดล้อมด้วยโกลบโปรโตคอล และกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดย ดร.อมร เทศสกุลวงศ์ และ ผศ.ดร.สมคิด เพ็ญชารี จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้นำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับการตรวจวัดสิ่งแวดล้อมด้วยโกลบโปรโตคอล (GLOBE Protocol) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและเชื่อถือได้ พร้อมอธิบายการนำกระบวนการดังกล่าวไปใช้ในโรงเรียนและชุมชน เพื่อให้เยาวชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการสำรวจและเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมในพื้นที่ของตน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดยเชื่อมโยงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในท้องถิ่น และเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND มีการประชุม บรรยาย เสวนา Workshop ในหัวข้อต่าง ๆ มากกว่า 130 หัวข้อ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพของหน่วยงานในกระทรวง อว. ในการสร้างความแข็งแกร่งของสหวิทยาการในทุกด้าน ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงและเทรนด์ของโลก “อว.แฟร์ จุดประกายความฝันใหม่ และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อต่อยอดให้กลายเป็นความจริง” ซึ่งสามารถเข้าร่วมได้ตั้งแต่บัดนี้ – 17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

SHARE

ข่าวและประกาศอื่น ๆ

วช. ชูบทบาท “Hub of Talents” ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญเร่งสร้างองค์ความรู้ รับมือวิกฤต PM 2.5 ชี้ผลกระทบสุขภาพประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน

Hub of Knowledge ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และ Hub of Talents ด้านชุดตรวจวินิจฉัย โดยการสนับสนุนของ วช. จัดประชุมเครือข่ายวิชาการระดับชาติ มุ่งสังคมไทยปลอดยาเสพติดด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วช. สนับสนุน Hub of Talents ด้านเครื่องมือแพทย์ พัฒนาศักยภาพเครือข่ายนวัตกรรมการแพทย์ของไทย

วช. โดย ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา ร่วมผลักดันและขยายผลเพื่อสร้างโอกาสแก่ยางพาราไทย