วันที่ 9 สิงหาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand)
จัดการประชุม หัวข้อเรื่อง “องค์ความรู้พืชกระท่อม: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจปลายน้ำด้วยแผนการวิจัยแบบบูรณาการสู่การวิจัยพัฒนาต้นน้ำ” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติกล่าวตอนรับในการเปิดการประชุมฯ โดยจัดขึ้นภายในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้วยพลังสหวิทยาการ ระหว่างวันที่ 9 – 17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กิจกรรมภายในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND มีการประชุม บรรยาย เสวนา Workshop ในหัวข้อต่าง ๆ มากกว่า 130 หัวข้อ โดยกิจกรรม ณ ห้อง MR204 มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
การเสวนา เรื่อง “องค์ความรู้พืชกระท่อม: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจปลายน้ำด้วยแผนการวิจัยแบบบูรณาการสู่การวิจัยพัฒนาต้นน้ำ” โดย รศ.ดร.ภก.จินดาพร ภูริพัฒนาวงษ์ รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ภก.กิตติ สุคันโธ ภญ.วรสุดา ยูงทอง คุณประทีป อารยะกิตติพงศ์ คุณรัฐพล ตันติอนุพงศ์ คุณสุรศักดิ์ เรือนศรี

คุณรัฐพล ตันติอนุพงศ์ และ คุณสุรศักดิ์ เรือนศรี จาก สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้กล่าวถึงประเด็นสถานการณ์การวส่งเสริมและสนับสนุนพืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพืชกระท่อมให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลอดภัย โดยควบคุมสารออกฤทธิ์สำคัญ เพื่อป้องกันการใช้ในทางผิด ในปี 2565 ปปส. ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยแม่โจ้, และกรมพัฒนาพลังงานทดแทน ขับเคลื่อนงานวิจัยและฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนผ่านโมเดลกระท่อมระดับพื้นที่ มีโครงการวิจัย 33 โครงการ โดย 45% เป็นงานต้นน้ำ ส่วนกลางน้ำและปลายน้ำยังต้องเพิ่มการสนับสนุน เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาแก้ปวดเฉียบพลันจากสารสกัดกระท่อม พื้นที่เพาะปลูกผ่านมาตรฐาน GAP มี 4,000 แปลง รวม 12,809 ไร่ ในจังหวัดสำคัญ เช่น เชียงราย ชุมพร ปทุมธานี นครศรีธรรมราช และนนทบุรี ส่วนภูมิภาคใกล้เคียง ลาวและพม่ายังผิดกฎหมาย ขณะที่อินโดนีเซียเป็นผู้ส่งออกหลัก ไทยพัฒนา “กระท่อมโมเดลเชียงใหม่” ร่วมแม่โจ้และรัฐ เชื่อมโยงผู้ประกอบการ สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรม และส่งเสริม CSR
ภก.กิตติ สุคันโธ จาก สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กล่าวถึงการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้พืชกระท่อม จะเน้นการทำงานเพื่อใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนากระท่อมในส่วนของการวิจัย ที่มี Data คอยรวบรวมผลผลิตที่กระจัดการจายของนักวิจัยท่านอื่นๆ ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ แต่สำหรับเรื่องของ Hub of Knowledge กระท่อม ที่จัดทำขึ้นนั้น อยากให้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้ทุกคนเห็นถึงภาพเดียวกันที่สามารถจะต่อยอดจากข้อมูลที่มีทั้งหมด โดยไม่ต้องทำวิจัยซ้ำ ซึ่งการใช้ Ai เข้ามาขับเคลื่อน Data จะเป็นตัวช่วยและเป็นสิ่งสำคัญในการเร่งประสิทธิภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อไปสู่ปลายน้ำ ทำให้การแข่งขันและการส่งออกเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและประสิทธิภาพสูงขึ้น
ภญ.วรสุดา ยูงทอง จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มในประเด็นมาตรฐานที่จะสร้างให้กับพืชกระท่อม ในการยกระดับพืชกระท่อมต้องมีการพัฒนามาตรฐานที่ชัดเจน เนื่องจากมาตรฐาน GACP ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย จึงจำเป็นต้องออกแบบกระบวนการด้านมาตรฐาน อย. เพื่อรับรองคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ รวมถึงคำนึงถึงปัจจัยสุขภาพที่เกี่ยวข้องและคุณสมบัติของกระท่อมอย่างครบถ้วน ต้องประเมินข้อดีข้อเสียและประโยชน์ในการใช้เพื่อการดูแลผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน พร้อมยอมรับความไม่แน่นอนของผลลัพธ์ได้ประมาณ 5% เพื่อความเหมาะสมและความสมดุลในการพัฒนาและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์กระท่อม
รศ.ดร.ภก.จินดาพร ภูริพัฒนาวงษ์ จาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ให้ข้อมูลการเพิ่มมูลค่าด้วยการสกัดสารพืชกระท่อมมาใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน โดยหลักการใช้สมุนไพรพืชกระท่อมที่ถูกต้องที่ต้องมีการใช้ทุกส่วนของพืชอย่างคุ้มค่า เพืื่อให้เกิดผลตอบแทนด้านคุณภาพสูงสุด ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการสกัดอย่างถูกวิธี โดยการดำเนินงานของศูนย์กลางความรู้ด้านพืชกระท่อมที่ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับทุนสนับสนุนจากทาง วช. นั้น เป็นอีกศูนย์เรียนรู้ที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต เนื่องจากความรู้จากงานวิจัยจะเป็นตัวอย่างและแนวทางในการเพิ่มมูลค่าของกระท่อม ทำให้ตอบโจทย์การแปรรูปสมุนไพรกระท่อมในการส่งออกสู่ต่างประเทศ
คุณประทีป อารยะกิตติพงศ์ จาก สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้กล่าวถึงประเด็นของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปลายน้ำของพืชกระท่อมมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพสินค้าให้ตรงตามข้อกำหนดของคู่ค้า ทั้งในด้านรูปแบบ ขนาด ปริมาณสารสำคัญ ความบริสุทธิ์ วิธีวิเคราะห์ การบรรจุ และการแสดงฉลากตามกฎหมายแต่ละประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ต้องมาจากกระบวนการที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP, GMP, และ HACCP ปลอดจากสารปนเปื้อน สารพิษ โลหะหนัก และจุลินทรีย์ก่อโรค รวมถึงต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยและได้รับใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary) พร้อมมาตรการควบคุมศัตรูพืชอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องดำเนินการตามมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ยื่นขอรับรอง และแสดงเครื่องหมายรับรองบนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพในตลาดทั้งในและต่างประเทศ
รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ จาก สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กล่าวถึงประเด็นการการพัฒนาพืชกระท่อมเป็นสมุนไพรเศรษฐกิจต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการตลาดปลายน้ำ เช่น ยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง ที่ต้องปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และผ่านมาตรฐาน อย./GMP จากนั้นจึงพัฒนาพันธุ์ที่ให้สารออกฤทธิ์สูงและเหมาะกับสภาพแวดล้อม พร้อมออกแบบงานวิจัยต้นน้ำ รวมทั้งเทคนิคปลูก เก็บเกี่ยว และแปรรูปควบคู่กับการสร้างมาตรฐาน GAP และระบบควบคุมคุณภาพ ถ่ายทอดสู่เกษตรกรและผู้ผลิต โดยเน้นมาตรฐานสากล GxP series และ ISO เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังขาดคุณภาพและมาตรฐานการปลูก มีการวิจัยน้อยในระดับก่อนและหลังทดลองทางคลินิก และการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยังซับซ้อนเพราะขาดงานวิจัยและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง






ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงาน “อว.แฟร์ 2025” และ “NST Fair 2025” ระหว่างวันที่ 9 – 17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงาน อว.แฟร์ 2025 จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 1-4 ชั้น G และงาน NST Fair 2025 จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย